ReadyPlanet.com
dot dot
dot
dot
จำนวน : 0 ชิ้น
ราคา : 0.00
bullet ดูสินค้า
bullet ชำระเงิน
dot
dot


ชีทราม ชีทสรุป ข้อสอบ ม. รามคำแหง คู่มือสอบ คู่มือเตรียมสอบ งานราชการ
สำนักทดสอบทางอิเล็กทรอนิกส์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง


Sheetforgood.com อ่านง่าย ถูกต้อง ครบถ้วน ทุกประเด็นที่ออกสอบ
ชีทเตรียมสอบข้าราชการ  สรุปพร้อมเจาะแนวข้อสอบปี 56 ายสิบ:นายร้อยตำรวจ.....ทหารอากาศชั้นสัญญาบัตร.....องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น.....ภาค ก. ก.พ. .....และอื่นๆ รวบรวมโดย sheetforgood.com (ปกขาว-ดำ สันสีเขียว)

 

             e-testing 2/55   เริ่มสอบ  15 พ.ย. 55- 21 ก.พ.  56

 รีบลงทะเบียนเพื่อสอบ  e-testing  ด่วน...ก่อนที่นั่งสอบเต็ม    ตั้งแต่วันที่ 7 พ.ย. เป็นต้นไป 

 

ข้อสอบซ่อม 1/55 EDF3103 (ED303) อัตนัย 6 ข้อ เลือกทำ 4 ข้อ ฝึกเขียนให้แม่นยำ....เฉลยอยู่ด้านล่างมุมขวานะคร๊า...บ    น้องที่ลง 2/55 ข้อสอบเป็นปรนัย 100 ข้อ...    เฉลยข้อสอบ 1/55 MGT4004(BA307)  เลื่อนลงไปด้านล่างมุมขวานะคร๊า...บ

 

 เฉลยข้อสอบ APR3107 (BA306) 1/55 

              อัตนัย 5 ข้อ  ข้อละ 20 คะแนน  

      ฝึก...ฝึก...ฝึก...อ่าน-เขียนหลายๆ รอบ 

   พี่นรินทร์ (อ. อนันต์  ตลับเพชร)  MK & MBA”    Sheetforgoob.c

ข้อสอบซ่อม 1/55 ออกข้อสอบคล้ายภาค 1/55  และไม่ออกข้อสอบ บทที่  6, 8,10,14

คำชี้แจง ข้อสอบมีทั้งหมด 5 ข้อ ให้ทำทุกข้อ ทำลงในสมุดคำตอบ ให้ทำด้วยปากกาเท่านั้น และเขียนให้อ่านง่าย ห้ามนำโน้ตย่อ หรือหนังสือทุกชนิดเข้าห้องสอบโดยเด็ดขาด

ข้อ 1.  

ก) จงอธิบายความหมายของทฤษฏี X และทฤษฏี Y และยกตัวอย่างอธิบายประกอบให้เข้าใจ

ข) จงอธิบายความหมายของคำศัพท์ต่อไปนี้ 

     1) Corporate reputation      2) Stakeholder       3) Efficiency      4) Effectiveness    (20 คะแนน)

Yแนวคำตอบ ข้อ 1. - ก.  Y   

ทฤษฎี X คือ การสื่อสารที่การส่งข่าวสารต่างๆ จากผู้บริหารระดับสูง ผ่านลงมาตามลำดับชั้น จนถึงบุคลากรในระดับล่าง เป็นการสื่อสารจากบนลงล่าง (Down ward) เป็นการรวมอำนาจไว้ส่วนกลาง การตัดสินใจอยู่ที่ผู้บริหารคนใดคนหนึ่ง เป็นแบบปิด ไม่เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็น มองโลกในแง่ร้าย พนักงานไม่ชอบการทำงาน พยายามหลีกเลี่ยงการทำงานถ้ามีโอกาส ขาดความรับผิดชอบ ดังนั้น ผู้บริหารจะต้องมีมาตรการบทลงโทษเข้าไปรับใช้ในการทำงาน เพื่อให้เกิดการยอมทำงาน แต่จะขาดความไว้วางใจ มีขัวญกำลังใจการทำงานที่ไม่ดี

          ทฤษฎี Y คือ การสื่อสารที่การส่งข่าวสารต่างๆ จากล่างขึ้นบน (Up ward) จากพนักงานระดับล่างผ่านขึ้นสู่ผู้บริหารแต่ละระดับชั้น ทั้งการสื่อสารในระดับเดียวกัน การทำงานพนักงานด้วยกันเอง และผู้บริหารในระดับต่างๆ เปิดโอกาสให้ส่วนแสดงความคิดเห็น การตัดสินใจคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดขององค์กร พนักงานมีขวัญและกำลังใจที่ดีในการทำงาน มีความสามารถในการแก้ปัญหา มีความรับผิดชอบต่อตนเองและบุคคลอื่น มีควมยืดหยุ่นสูง

          ความแตกต่างของทฎี X และทฎี Y  พอสรุปได้ดังนี้

1.  ทฤษฎี X เป็นทฤษฎีปิดมองโลกในแง่ร้าย แต่ทฤษฎี Y  เป็นการมองโลกในแง่ดี

2.  ทฤษฎี X  เป็นการสื่อสารจากบทลงล่าง แต่ทฤษฎี Y เป็นการสื่อสารจากล่างขึ้นบท

3.  ทฤษฎี X เป็นการรวบอำนาจสู่ส่วนกลาง แต่ทฤษฎี Y เป็นการกระจายอำนาจไปยังบุคคลต่างๆแต่ละระดับ

4.  ทฤษฎี X ถูกนำไปใช้กับองค์กรสมัยเก่าหรือองค์กรที่มีปัญหาการควบคุม แต่ทฤษฎี Y จะถูกนำมาใช้กับ

     องค์สมัยใหม่และมีความยืดหยุ่นสูง

 Yแนวคำตอบ ข้อ 1. - ข.  Y   

1) ชื่อเสียงขององค์กร (Corporate reputation) คือ การสั่งสมภาพลักษณ์ที่ผ่านมาขององค์กรกับกลุ่มที่มี

     ผลประโยชน์ขององค์กร (Stakeholder) เช่น ผู้ถือหุ้น ลูกค้า และอื่นๆ

 2) ประสิทธิภาพ (Efficiency) คือ ความสามารถที่ทำให้เกิดผลในการทำงานในการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า

 3) ประสิทธิผล (Effectiveness) คือ ผลสำเร็จจากการใช้ทรัพยากรที่คุ้มค่า โดยคำนึงถึงเป้าหมายและ

     วัตถุประสงค์ขององค์กร

 4) กลุ่มที่มีผลประโยชน์ร่วมต่อองค์กร (Stakeholder) คือ ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับองค์กร ได้แก่ ผู้ถือหุ้น

     นักลงทุน ลูกค้า ผู้บริโภค ลูกจ้างและสมาชิกของชุมชนในละแวกใกล้เคียงของบริษัท และอื่นๆ 

                                                ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý

 ข้อ 2.  

ก)  วัจนสารคืออะไร  จงอธิบายและยกตัวอย่างประกอบให้เข้าใจ

ข)  จงยกตัวอย่างอวจนสารมา 4 ประเภท พร้อมอธิบายประกอบให้เข้าใจ                    (20 คะแนน)

Yแนวคำตอบ ข้อ 2. - ก.  Y   

การสื่อสารแบบวัจนภาษา คือ การสื่อสารที่ใช้ภาษาพูดและการเขียนเพื่อสื่อความหมายระหว่างผู้ส่งข่าวสาร และผู้รับข่าวสาร โดยใช้สัญลักษณ์ให้เกิดความเข้าใจของทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งเป็นกระบวนการแลกเปลี่ยนข่าวสาร ความรู้สึก และทัศนคติต่าง ๆ ทั้งการเผชิญหน้าและไม่ได้เผชิญหน้าก็ได้ ต้วอย่างเช่น

1)   การสนทนา พูดคุย สอบถามสารทุกข์ สุกดิบ ทั่วไป ทั้งต่อหน้า และไม่ได้เผชิญหน้าก็ได้

2)   การสัภาษณ์สด การสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ การสัมภาษณ์เพื่อคัดเลือก การรัสมัครงาน การประเมิน และอื่นๆ

3)   การเขียนประกาศต่างๆ ในแต่ละองค์กร การเขียนป้ายโฆษณา เชิญชวนต่างๆ การเขียน การตอบ-รับ-ส่งจดหมาย ไปรษณีย์ต่างๆ

4)   การติดต่อทางโทรศัพท์ อีเมล์ แซท โดยใช้การพูด หรือการเขียนต่างๆ มีค่าใช้จ่ายต่ำ สะดวก รวดเร็ว

5)   การประชุมสัมนาต่างๆ เพื่อปรึกษาหารือ วางแผนและแก้ปัญหาต่างๆ

 Yแนวคำตอบ ข้อ 2. - ข.  Y   

การสื่อสารแบบอวัจนภาษา คือ การสื่อสารที่ใช้อากัปกริยา ท่าทาง ฯลฯ ซึ่งนอกเหนือไปจากการใช้วัจนภาษา เช่น การแสดงสีหน้า ความเคลื่อนไหวส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย การสัมผัส ลักษณะรูปร่าง เสียงที่ดังหรือค่อย ระดับความทุ้มแหลมห้าว จังหวะการหยุด ระยะความใกล้ไกล ช่วงเวลาที่ใช้ในการสื่อสาร ลักษณะสภาพแวดล้อมทางด้านอาคารสถานที่ การจัดที่นั่ง ตลอดจนวัตถุอื่นๆ เช่น การแต่งกาย เป็นต้น เพื่อให้เกิดความเข้าใจในการสื่อสารมากขึ้น หรือใช้ประกอบกับวจนภาษา หรือใช้ในบางกรณีที่ไม่สามารถใช้วจนภาษาได้โดยตรง เช่น การสื่อสารกับผู้พิการทางหู ผู้พิการทางเสียง การสื่อสารที่เป็นความลับลับในระยะกระชั้นชิด และอื่นๆ

นอกจากนี้การสื่อสารอวัจนภาษา ก็คือ การสื่อสารที่ปราศจากถ้อยคำ หรือคือพฤติกรรมที่สังเกตเห็นได้ อันมิได้เป็นส่วนหนึ่งของวัจนภาษา แต่สื่อสารได้โดยตัวบุคคลและสภาพแวดล้อมของการสื่อสารในขณะนั้น และเป็นสิ่งเร้าใด ๆ ก็ตามที่มากระตุ้นให้คนเกิดการรับรู้และเกิดการสื่อความหมาย รวมทั้งสภาพการสื่อสารซึ่งไม่อยู่ในสภาพของการพูดและการเขียน

ประเภทของอวัจนภาษา จากการเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกายแสดงอากัปกริยาประกอบ แบ่งออกได้เป็น 5 ประเภท ได้แก่

1.    อวัจนสารที่ใช้แทนวจนสาร   เช่น ยกมือขึ้นสองข้าง มือแบ แสดงอาการว่ายอมแพ้ ยกมือขึ้นแบมือและยื่นออกไปข้างหน้าแสดงอาการห้ามปราม

2.    อวัจนสารที่ใช้ประกอบวจนสาร  เช่น การชี้มือประกอบการพุด “ตึก 2 อยู่โน่นครับ”

3.    อวัจนสารที่ใช้ควบคุมหรือกำหนดวจนสาร  เช่น พนักหน้าแสดงความเข้าใจเพื่อให้พูดต่อไปได้ หรือการหลบตาหันไปมองอย่างอื่นอาจแสดงว่าไม่สนใจเรื่องที่กำลังรับฟัง

4.    อวัจนสารที่แสดงให้เห็นอารมณ์หรือความรู้สึก  เช่น ขมวดคิ้ว หน้าแดง ตาเขียว ค้อนขวับ ฯลฯ

5.    อวัจนสารที่เป็นอุปนิสัยหรือปฏิบัติจนเคยชิน  เช่น เกาคาง ถูนิ้วอยู่ไปมา ฯลฯ

                                                                        ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý

 ข้อ 3.  

ก) พัฒนาการของกลุ่มย่อยมีกี่ขั้นตอน อะไรบ้าง และอธิบายประกอบให้เข้าใจ

ข) จงอธิบายแนวทางแก้ปัญหาการสื่อสารในองค์การมาสัก 5 ข้อ                                 (20 คะแนน)

Yแนวคำตอบ ข้อ 3. - ก.  Y   

 กลุ่มย่อยคือ กลุ่มคนตั้งแต่ 2  คนขึ้นไป ที่มารวมตัวกันโดยมีจุดประสงค์ร่วมกัน มีการสื่อสารทำงานหรือประกอบกิจกรรมร่วมกัน มีความระมัดระวังและสนใจสมาชิกด้วยกัน เพื่อคงไว้และรักษาสภาพของความเป็นกลุ่ม มีความรู้สึกว่าตนเองเป็นสมาชิกของกลุ่มคนหนึ่ง จัดเป็นระบบกลุ่มย่อยขึ้น ซึ่งอาจแยกลักษณะของกลุ่มออกได้เป็น

2 ประเภทคือ

กลุ่มที่มีลักษณะปิด คือ มีการสื่อสารกันเฉพาะภายในกลุ่มทำงานประสานกันเฉพาะหมู่สมาชิก

กลุ่มที่มีลักษณะเปิด คือ มีการแลกเปลี่ยนข่าวสารและกิจกรรมกับบุคลภายนอกกลุ่มอย่างกว้างขวาง ยอมรับคำวิพากษ์วิจารณ์จากทุกฝ่าย มีการรับสมาชิกเพิ่มเติมและเปิดโอกาสให้สมาชิกได้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ เมื่อมีความขัดแย้งกันภายในกลุ่มก็จะมีการสื่อสารทำความเข้าใจและปรับตัวเข้าหากัน

สามารถแบ่งแยกอธิบายได้ง่าย ๆ อีก 2 ประเภท คือ

กลุ่มที่จัดตั้งอย่างเป็นทางการ โดยทั่วไปมักถูกกำหนดไว้ตั้งแต่แรกเริ่มตั้งองค์การ เป็นกลุ่มที่มีการ

กำหนดตัวสมาชิกของกลุ่มอย่างแน่นอน มีประกาศจัดตั้ง วัตถุประสงค์ ภารกิจ อำนาจหน้าที่ถูกกำหนดไว้อย่างรัดกุม กลุ่มเหล่านี้เกิดจากความต้องการขององค์การ สมาชิกในกลุ่มถูกมอบหมายให้เข้ามาอยู่ในกลุ่มโดยไม่คำนึงถึงความต้องการเฉพาะบุคคล ตัวอย่างเช่น คณะกรรมการชุดต่าง ๆ ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎตามระเบียบ

            กลุ่มที่รวมตัวกันอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน เช่น การรวมกลุ่มกันเพื่อมุ่งหมายให้เกิดความคล่องตัวในการทำงานของบุคลากรหลาย ๆ ฝ่าย และกลุ่มที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงาน ซึ่งเป็นการรวมตัวกันตามความต้องการ ความสนใจของแต่ละบุคคล

องค์ประกอบสำคัญของกลุ่มย่อย

 พัฒนาการลำดับขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่มย่อย มีดังนี้

1.       ระยะรวมตัว (forming) เป็นช่วงของการจับกลุ่มรวมตัวกัน ระยะนี้ทุกคนจะพยายามศึกษาซึ่งกันและกัน

ให้รู้จักมักคุ้นทั้งในเรื่องส่วนตัว (บางส่วน) และการทำงาน ความประพฤติ อุปนิสัยใจคบ ความรู้ ความสามารถ ผู้บริหารมักจะเน้นหนักในด้านบทบาทและหน้าที่ในการทำงานของบุคคลที่เห็นสมควรบรรจุเข้าไปในกลุ่ม

 

2.       ระยะฟักตัว (storming) เป็นช่วงเวลาต่อจากระยะแรก สมาชิกจะศึกษาความประพฤติ วิธีการทำงาน

ทัศนคติ ตลอดจนพฤติกรรมต่าง ๆ ทุก ๆ คนพยายามจะยืนยันถึงเป้าหมายของกลุ่ม และพยายามทำความเข้าใจในวัตถุประสงค์ของกลุ่มร่วมกัน ระยะนี้อาจเกิดการขัดแย้งและการปรับตัวของสมาชิก

             3.       ระยะอยู่ตัว (norming) เป็นระยะที่มวลสมาชิกเข้าใจวัตถุประสงค์และเห็นด้วยกับวิธีการดำเนินงาน ของ

กลุ่มแล้ว และเริ่มวางกฎเกณฑ์ ระเบียบข้อบังคับของกลุ่มทั้งในกลุ่มที่จัดตั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ การทำงานของกลุ่มจะถูกจัดเข้าสู่ “ระบบ” ตามวิถีทางที่ควรจะเป็น

4.       ระยะทำงาน (performing) เป็นระยะที่กลุ่มเริ่มปฏิบัติงานตามที่ได้กำหนดไว้เพื่อประกอบภารกิจของ

กลุ่มให้ลุล่วงไปด้วยดี กลุ่มเริ่มมุ่งไปที่การทำงานและผลงาน

 Yแนวคำตอบ ข้อ 3. - ข.  Y   

แนวทางในการแก้ปัญหาการสื่อสารในองค์การ พอจะสรุปได้ดังนี้

1.       ชี้ให้เห็นปัญหาและการวิเคราะห์ปัญหา เป็นการอธิบายในรายละเอียดให้เห็นว่าตัวปัญหาที่แท้จริงอยู่ที่

ใด เพื่อให้มวลสมาชิกเข้าใจตรงกันเสียก่อน มักจะพบอยู่เสมอว่าสมาชิกยังสับสนเกี่ยวกับปัญหาและสาเหตุที่มาของปัญหา

2.       พิจารณาหาลู่ทางในการแก้ปัญหา ควรจะกำหนดโดยสมาชิกในกลุ่มเสียก่อนว่าการแก้ปัญหาที่ควรจะ

เป็นที่ยอมรับควรมีคุณสมบัติอย่างไร เช่น การแก้ปัญหาจะต้องไม่ผิดกฎหมายบ้านเมือง จะต้องมีรสนิยมที่ดี ฯ

 

โดยใช้เทคนิคในการใช้สื่อสารกลุ่มย่อยเพื่อแก้ปัญหาและตัดสินใจอีกประเภทหนึ่งคือ การระดม

ความคิด (brain storming) ซึ่งมีกฎเกณฑ์ในการดำเนินงานดังนี้

1)             กำหนดเวลา (ปกติจะประมาณ 10 นาที ถึง 60 นาที)

2)             มอบหมายให้สมาชิกผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้บันทึกความเห็น (หรืออาจใช้เทปบันทึกเสียง)

3)             ให้ทุก ๆ คนออกความเห็น แสดงความคิดในการแก้ปัญหาให้มากที่สุดเท่าที่เวลามีอยู่

4)             พยายามหลีกเลี่ยงการประเมินค่าความถูกผิด หรือวิพากษ์วิจารณ์หรือการตัดสินว่าดีไม่ดี

      จนกว่าจะหมดเวลา

5)             ใคร่ครวญเกี่ยวกับการแก้ปัญหาโดยการทบทวนอีกครั้งหนึ่ง และยึดหลักความเป็นไปได้และเหตุผล กลุ่มอาจช่วยกันกำหนดคุณสมบัติของหนทางแก้ปัญหาที่ควรจะเป็นที่ยอมรับ จากนั้นก็ตัดหนทางแก้ปัญหาให้น้อยลงและทดสอบหนทางแก้ปัญหานั้น ๆ โดยใช้ประสบการณ์ของแต่ละคน ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนข้อมูลที่มีอยู่ และวิจัยวิธีการทดสอบการแก้ปัญหาตามแนวความคิดที่ได้จากกลุ่ม

 Pace และ Boren ได้ให้แนวทางในการตัดสินใจในการแก้ไขปัญหาการสื่อสารในองค์การไว้หลายข้อด้วยกัน ดังนี้

1.       ตัดสินใจโดยปล่อยให้ผ่านไป เป็นการรับฟังข้อเสนอต่างๆ จนครบถ้วนโดยไม่มีการอภิปรายหรือลงมติ

จนกระทั่งในที่สุดกลุ่มเห็นว่าควรยอมรับข้อเสนอข้อใดข้อหนึ่งเป็นพิเศษ

2.       ตัดสินใจโดยใช้อำนาจ เป็นการตัดสินใจโดยผู้มีอำนาจสูงสุดในกลุ่มเองหรือตัดสินใจโดยสนับสนุน

ข้อเสนอแนะของสมาชิกคนใดคนหนึ่ง

3.       ตัดสินใจโดยคนกลุ่มน้อย เป็นการตัดสินใจโดยผู้มีอำนาจสูงสุดและผู้ช่วยอีก 2-3 คน และให้ทั้งกลุ่ม

สนับสนุน ซึ่งสมาชิกเกิดความรู้สึกเสมือนหนึ่งถูกบีบบังคับให้เห็นด้วย

4.       ตัดสินใจโดยการลงมติเห็นชอบด้วยเสียงส่วนมาก ข้อเสนอที่มีผู้เห็นด้วยเกินกว่ากึ่งหนึ่งถือว่าเป็น

ข้อเสนอที่ได้รับความเห็นชอบจากกลุ่ม

5.       ตัดสินใจโดยผ่านการรับรองจากสมาชิกหลายท่าน เป็นการเปิดโอกาสไม่ให้มีการลงมติในเรื่องที่

ขัดแย้งกันมาก ๆ และการลงมติอาจเป็นไปไม่ได้เพราะมีผู้ขาดประชุมมาก หรือเพราะอาจเกิดความขัดแย้งกัน กลุ่มอาจตัดสินใจยอมรับข้อเสนอแนะโดยการสนับสนุนของสมาชิกจำนวนมากพอควร

6.       ตัดสินใจโดยขอความเห็นจากทุก ๆ คนเป็นเรื่องที่ทำได้ยากและเสียเวลามาก แต่เป็นวิธีที่คิดว่ามี

ประสิทธิภาพมากที่สุดวิธีหนึ่ง เป็นการตัดสินใจภายใต้ความเห็นชอบ (หรืออย่างน้อยไม่มีใครโต้แย้ง) ของทุก ๆ คนในกลุ่ม

7.       ตัดสินใจโดยความเห็นชอบด้วยทุกประการของสมาชิก เป็นการตัดสินใจภายใต้ความเห็นของทุก ๆ คน

หรือที่เรียกกันว่าเห็นชอบเป็นเอกฉันท์

แนวทางแก้ไขการสื่อสารในองค์การ มีดังนี้

            1.  ติดตามและหาข้อมูลย้อนกลับ หาสาเหตุทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ

            2.  เสริมช่องทางการสื่อสารทางคู่ขนาน ทั้งการพูดและการเขียน

            3.  ใช้การสื่อสารให้เป็นเวลา ให้เหมาะสม

            4.  ใช้ภาษาให้เหมาะสมกับการสื่อสาร และผู้รับข่าวสาร

            5.  จัดโครงการฝึกอบรมการสื่อสารในองค์กรให้เกิดความเข้าใจ

                                                ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý

ข้อ 4.  (20 คะแนน)

 จงอธิบายความหมายของคำว่า LEADERSHIP ในแต่ละตัวอักษรตามที่ได้เรียนมาให้เข้าใจ 

Yแนวคำตอบ ข้อ 4. Y   

ภาวะผู้นำ (Leadership) ประกอบด้วย

          1) ภาวะผู้นำ (Leadership) คือ กระบวนการชี้นำและจูงใจให้ผู้อื่นปฏิบัติตามนโยบายให้บรรลุตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ขององค์การ โดยใช้ทักษะการสื่อสารและโน้มน้าวใจที่มีประสิทธิภาพ ให้สมาชิกในองค์การร่วมมือกันทำอย่างเต็มที่

            2) ผู้นำ (Leader)  คือ บุคคลผู้มีอำนาจ หรือความสามารถในการจูงใจคนให้ปฏิบัติความคิดริเริ่มและส่งเสริมให้มีการเปลี่ยนแปลงการทำงานของกลุ่มอย่างได้ผล

                     คุณลักษณะของภาวะผู้นำ โดย Gibson and Hodgetts

                        1.  มีความเฉลียวฉลาดมากกว่าผู้ตาม มีความสามารถ กำหนด ถ่ายทอด ข้อมูล ตัดสินใจ

                        2.  มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่ดี มั่นใจตนเอง สุขุม แก้ไขปัญหาได้ มีสมาธิรอบครอบ ชี้นำผู้ให้

                            บังคับบัญชา

                        3.  มีแรงจูงใจที่ดี ต้องการความสำเร็จสูงทะเยอทะยานก้าวหน้า

                        4.  มีทักษะในการแก้ปัญหา สามารถแยกแยะปัญหา สถานการณ์เหตุผลและผลกระทบต่างๆ

                        5.  มีทักษะในการบริหาร มีความสำคัญ 3 ประการ

                                    1)  มีทักษะด้านเทคนิค มีความรู้ความชำนาญ

                                    2)  มีทักษะมนุษย์สัมพันธ์ร่วมกับผู้อื่นจูงใจ

                                    3)  มีทักษะการจัดการการประมาณงานวิเคราะห์และปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ต่างๆ

             รูปแบบของผู้นำและการสื่อสาร  ได้แก่

1.  ผู้นำแบบเผด็จการแบบสมบูรณ์   เคร่งครัด เข้มงวด เห็นแก่ตัว ยึดกฎระเบียบ สายบังคับบัญชาแบบบนลงล่าง ใช้บทลงโทษ ระบบปิด ก้าวร้าว ใช้การตัดสินใจของตนองตามแนวของทฤษฎี X

             2.  ผู้นำแบบเผด็จการแบบมีศิลป์   เป็นผู้ตัดสินใจปัญหาต่างๆ ด้วยตนเอง แต่ยังเห็นความสำคัญ ของผู้ใต้บังคับบัญชา รับฟังความคิดเห็นและข้อร้องเรียน วิพากษ์วิจารณ์ได้อาจจะทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาขาดความเคารพ ยำเกรง ไม่เชื่อฟัง

            3.  ผู้นำแบบปรึกษาหารือ  เป็นผู้นำที่มีเหตุผล รับฟังความคิดเห็นของผู้ใต้บังคับบัญชา เปิดโอกาสแสดงความคิดเห็น มีส่วนร่วมตัดสินใจ สื่อสารได้ทั้งสองทาง คือ Two-way ทั้งบนลงล่างและล่างขึ้นบน

            4.  ผู้นำแบบมีส่วนร่วม   เป็นผู้นำที่มีเหตุผล รับฟังความคิดเห็นของผู้ใต้บังคับบัญชา เปิดโอกาสแสดงความคิดเห็น ยึดสมมติฐาน Y มีเป้าหมายและการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ผู้ใต้บังคับบัญชามีความกระตือรือร้น ใช้การสื่อสาร 360 องศา

            5.  ผู้นำแบบเสรีนิยม   เป็นผู้นำที่ไม่ค่อยสนใจลูกน้อง แต่หากงานสำเร็จก็จะแสดงตน แต่ถ้าล้มเหลวก็จะโทษคนอื่นๆ เปิดโอกาสผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งมีความกังวลใจ

 พฤติกรรมผู้นำ : 4 ลักษณะ

            1.  พฤติกรรมในเชิงสั่งการ ในการควบคุมกำกับดูแลรายละเอียดทุกขั้นตอน โดยแจ้งใต้บังคับ

บัญชาทุกระยะ

            2.  พฤติกรรมสนับสนุน มีความเป็นมิตรต่อผู้ใต้บังคับบัญชา ให้ความสำคัญ สร้างโอกาส

สิ่งแวดล้อมที่ดี จัดสวัสดิการที่ดี

            3.  พฤติกรรมในการมีส่วนร่วม มีลักษณะเปิดโอกาสให้ผู้ได้บังคับบัญชามีส่วนร่วมในการตัดสินใจให้คำแนะนำของความคิดเห็นปรึกษาร่วมกัน

            4.  พฤติกรรมในเชิงมุ่งเน้นความสำเร็จ คำนึงถึงเป้าหมายเป็นหลัก มีวัตถุประสงค์ชัดเจน

ท้าทายพนักงานและผลักดันสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานบรรลุเป้าหมาย

 เหตุผลการเกิดผู้นำ

            1.  เป็นโดยตำแหน่ง จาการแต่งตั้ง

            2.  เป็นโดยคุณสมบัติ มีความรู้ความสามารสูง

            3.  เป็นโดยมีพฤติกรรม แสดงออกเป็นผู้นำตลอดเวลา

ผู้นำยุคใหม่ ต้องมี

1.  มีบุคลิกภาพที่ดี มั่นในตนเอง                                        2.  มีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่ง

3.  ต้องการความสำเร็จทะเยอทะยาน กระตือรือร้น กล้าเสี่ยง  4.  มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีต่อเพื่อนร่วมงาน

5.  รับฟังความคิดเห็นของคนอื่นๆ                                      6.  มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

7.  มีวิสัยทัศน์กว้างไกล                                                     8.  มีความฉลาดทางอารมณ์ควบคุมอารมณ์ได้

9.  มีความซื่อสัตย์ โปร่งใส                                               10.  มีความพยายามมานะอดทน

                                                                      ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý ý

ข้อ 5.  ก)  จงอธิบายถึงลักษณะความขัดแย้งที่มีประโยชน์มาสัก 5 ข้อ                 (20 คะแนน)     

ข)  Virtual Organizations คืออะไร และยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่ใช้ในองค์การมาสัก 5 ประเภท           

Yแนวคำตอบ ข้อ 5. - ก.  Y   

ลักษณะความขัดแย้งที่มีประโยชน์                        1.  ใช้เหตุผลแก้ปัญหา – อารมณ์                          

2.  ผู้นำและผู้ตามตื่นตัว                          3.  เข้าใจซึ่งกันและกันมีส่วนร่วมการแก้ปัญหา        

4.  ประโยชน์ส่วนร่วมกัน มีคุณธรรม          5.  ไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งอื่นๆตามมา                                                                                                                                                                                                                                                                            

กลยุทธ์การบริหารความขัดแย้ง (3 กลยุทธ์)

1.  กลยุทธ์ แพ้ - แพ้ (ทั้งสองฝ่าย) (Loss-Loss strategy) แต่ละฝ่ายได้บางส่วน ไม่ใช่แก้ปัญหาที่ 

แท้จริง อาจมีความขัดแย้งรอบใหม่ ใช้การหลักเสี่ยง การประนีประนอม การเสนอเรื่องให้บุคคลสามารถพิจารณา

            2.  กลยุทธ์ชนะ - แพ้ (Win-Loss strategy) ชนะฝ่ายเดียว ผู้แพ้ไม่พอใจ อาจเกิดความขัดแย้งรอบใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิม วิธีแก้ใช้การเอาชนะ การใช้เสียงมาก

            3.  กลยุทธ์ชนะ 2 ฝ่าย (Win-Win strategy) ทุกฝ่ายใช้ประโยชน์สูงสุด ร่วมมือกันแก้ไขปัญหา ใช้ความจริงใจ ร่วมมือรับผิดชอบร่วมกัน ใช้การผสมผสานแนวคิดมาช่วยกันแก้ไขปัญหา อ้างอิง มีเป้าหมายขั้นสูงสำเร็จร่วมกัน

Yแนวคำตอบ ข้อ 5. ข.  Y   

Virtual Organizations คือ องค์การสารสนเทศ (MIS) หรือ องค์การที่มีการนำเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์สมัยใหม่ มาใช้กับองค์การเกือบทั้งหมดหรือทั้งหมด เสมือนว่าเทคโนโลยีเป็นแก่นสารที่แท้จริงของการสื่อสารในองค์การ

ตัวอย่างของเทคโนโลยีที่ใช้ในการสื่อสารในองค์กร ได้แก่

            1.  จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ เช่น E-mail และอื่นๆ

            2.  ระบบการสื่อสารข้อความทันที เช่น Internet ,line เป็นต้น

            3.  ข้อความเสียง เช่น การบันทึกเสียงทางโทรศัพท์

            4.  โทรสาร (Fax) คือ การส่งสำเนาเอกสารทางไกลผ่าน Electronic

            5.  การประชุมทางเสียงระหว่าง 2 ฝ่ายที่อยู่ห่างไกลกัน

            6.  การประชุมผ่านจอภาพ เช่น การใช้ VDO Conference

            7.  การประชุมผ่านระบบคอมพิวเตอร์ เช่น Internet ในองค์กร

            8.  Internet เช่น E-mail ,Face book เป็นต้น

            9.  ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร (MIS) ที่ใช้ในการวางแผน การควบคุมหลักการตัดสินใจ

 ***********************************************************************************************************************

  “ ขอให้น้องๆโชคดีทุกคนครับ .... พี่นรินทร์  (อ. อนันต์  ตลับเพชร)  MK & MBA”

 

      

                              ข้อมูลเพิ่มเติม  

               สรุปย่อ....เป็นธงคำตอบของเราเอง.....เพื่อง่ายในการเขียน

อ่านดูแนวคำตอบแล้ว...อย่าลืมฝึกเขียน...อ่านทบทวนซ้ำหลายๆ รอบนะคร๊า...บ  เพื่อความแม่นยำ

     ให้อ่าน-ฝึกเขียนในข้อ 3,4,5,7,8,10,11,16,17,18,20,25,26

                                 ในชีทเล่ม 27.- และข้อเพิ่มเติม

 ข้อเพิ่มเติม 1.  บท 1 แนวคิดการสื่อสารในองค์กร  ออกเป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษ  ประมาณ10 คำ

 1.  CEO และ Senior Executives คือ ผู้บริหารระดับสูงในองค์กรที่มีอำนาจในการตัดสินใจโดยตรง เช่น                 

                                                      ประชาชน   บริษัท   ผู้อำนวยการ  และอื่นๆ

 

2.  วิสัยทัศน์ (Vision) คือ มุมมองหรือการมองภาพของสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตในระยะยาว

 

3.  พันธกิจ (Mission) คือ วัตถุประสงค์หรือหน้าที่เป็นไปตามการประเมินค่า หรือความคาดหวังของกลุ่ม

                                         ผู้มีผลประโยชน์ร่วมต่อองค์กร

 

 4.  กลยุทธ์ (Strategies) คือ เทคนิคหรือวิธีการต่างๆ ที่จะทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร เช่น กลยุทธ์ระดับ

                                           องค์กร กลยุทธ์การตลาด และอื่นๆ

 

5.  เอกลักษณ์ขององค์กร (Corporate identity) คือ การสื่อสารที่เป็นการสร้างภาพให้เกิดการจดจำ เกิดการ

                                                    รับรู้ในด้านบวกต่อองค์กร เช่น การบินไทยรักคุณเท่าฟ้า สื่อถึงการบริการที่ดี

 

6.  ภาพลักษณ์ขององค์กร (Corporate Image) คือ การสั่งสมคุณค่าที่ดีขององค์กรจากอดีตถึงปัจจุบัน เช่น

                                                                              บริการสะดวกรวดเร็วต้อง ธ. กสิกรไทย

 

7.  ชื่อเสียงขององค์กร (Corporate reputation) คือ การสั่งสมภาพลักษณ์ที่ผ่านมาขององค์กรกับกลุ่มที่มี

                                                        ผลประโยชน์ขององค์กร (Stakeholder) เช่น ผู้ถือหุ้น ลูกค้า และอื่นๆ

 

8.  ประสิทธิภาพ (Efficiency) คือ ความสามารถที่ทำให้เกิดผลในการทำงานในการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า

 

9.  ประสิทธิผล (Effectiveness) คือ ผลสำเร็จจากการใช้ทรัพยากรที่คุ้มค่า โดยคำนึงถึงเป้าหมายและ

                                                     วัตถุประสงค์ขององค์กร

 

10.  คุณภาพ (Quality) คือ ลักษณะดีเด่นของบุคคลหรือสิ่งของสินค้าหรือบริการที่ตอบสนองความต้องการได้

 

11.  คุณค่า (Value) คือ สิ่งที่มีประโยชน์หรือมีมูลค่าสูงในรูปจำนวนหน่วยหรือจำนวนเงิน โดยพิจารณาจาก

                                      อรรถประโยชน์และความพึงพอใจ

 

12.  ค่านิยม (Value) คือ สิ่งที่มีบุคคลหรือสังคมยึดถือเป็นเครื่องช่วยตัดสินใจและกำหนดการกระทำของตนเอง

                                       มีความสำคัญโดยตรงกับคุณภาพและคุณค่า

 

13.  ผลผลิต (Output) คือ ปริมาณหรือจำนวนผลผลิตที่ผลิตได้จากการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

14.  ผลลัพธ์ (Outcome) คือ จำนวนที่ได้จากการคำนวณอันเนื่องมาจากการดำเนินงานหรือผลที่ตามมา

                                            เช่น เงินเดือน

 

15.  ผลกระทบ (Impact) คือ การกระทำหรือเหตุการณ์ที่ส่งผลให้ชุมชนหรือสังคมมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านลบ

                                             เช่น ข่าสารความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

 

16. ความต้องการและความจำเป็น (Needs) คือ ความปรารถนาพื้นฐานของบุคคลในสิ่งที่จำเป็น เช่น ปัจจัย 4

 

17.  ความต้องการ (Want) คือ ความปรารถนาของบุคคลอันเกิดจากการเรียนรู้และประสบการณ์ที่ไม่ใช่

                                                  สิ่งจำเป็นพื้นฐาน

 

18.  การเรียนรู้ (Perception) คือ กระบวนการที่บุคคลตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมหรือสิ่งเร้าที่ได้รับที่เกิดขึ้น     

                                                    โดยตั้งใจและไม่ตั้งใจจากการเลือก การจัดสรรการตีความของข่าวสาร

 

19.  ความตระหนัก (Awareness) คือ ความเข้าใจข้อเท็จจริงของบุคคลต่อเหตุการณ์เรื่องราว หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

 

20.  ความคิดเห็น (Opinion) คือ การแสดงทัศนะของบุคคลด้วยคำพูดหรือการเขียนที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

 

21.  ทัศนคติ (Attitude) คือ การความรู้สึกนึกคิดของบุคคลที่มีต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ได้จากการ

                                            เรียนรู้ประสบการณ์ประกอบด้วยความเข้าใจ ความรู้สึกและพฤติกรรม

 

22.  ความเชื่อ (Belief) คือ ความคิดของบุคคลที่ยึดถือสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่สามารถแยกแยะความแตกต่างตามความคิด

                                          ของตนเอง

***********************************************************************************************************************

ข้อเพิ่มเติม 2.   บท 9 ปัญหาและอุปสรรคของการสื่อสารในองค์กร

ปัญหาการสื่อสารในองค์กร เกิดจากขาดหลักการสื่อสารที่ดี ขาดช่องทางการสื่อสารที่ดี ไม่มีการกรองข้อมูลที่ดี มีการบิดเบือนข้อมูลและมีการปฏิเสธที่จะสื่อสาร ไม่เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็น ข่าวสารข้อมูลเยอะเกินไป

อุปสรรคในการสื่อสาร ได้แก่

                      1.  ปัญหาที่เกิดจากการใช้ภาษา การตีความที่แตกต่างกัน ความไม่เข้าใจ

                      2.  มีการบิดเบือนข่าวสารไม่มีกรอบอ้างอิงร่วมกัน

                        3.  ขาดการกรองข้อมูลข่าสาร หรือ มีการตัดเนื้อหาบางส่วนออกไป

                        4.  มีเวลาในการสื่อสารสั้นเกินไป

                        5.  มีความเงียบงันในองค์กร ขาดการติดต่อสื่อสารและแสดงความคิดเห็น

                        6.  ขาดความสัมพันธ์ระหว่างผู้ส่งและผู้รับข่าวสารมีสายบังคับบัญชามากเกินไป ไม่เปิดเผยข้อมูล

                        7.  แสดงความเป็นเจ้าของข้อมูลมากเกินไป หวงแหนข้อมูล มีความหวาดระแวง

                        8.  มีระยะของสายบังคับบัญชามากเกินไป ขาดความสนิทสนม

                        9.  มีลำดับขั้นตอนมากเกินไป บางขั้นตอนมีการข้ามลำดับขั้น ขาดความยุติธรรม

                      10.  ไม่มีความสนใจ ไม่มีความกระตือรือร้น

          แนวทางแก้ไข

                        1.  ติดตามและหาข้อมูลย้อนกลับ หาสาเหตุทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ

                        2.  เสริมช่องทางการสื่อสารทางคู่ขนาน ทั้งการพูดและการเขียน

                        3.  ใช้การสื่อสารให้เป็นเวลา ให้เหมาะสม

                        4.  ใช้ภาษาให้เหมาะสมกับการสื่อสาร และผู้รับข่าวสาร

                    5.  จัดโครงการฝึกอบรมการสื่อสารในองค์กรให้เกิดความเข้าใจ

 

***********************************************************************************************************************

ข้อเพิ่มเติม 3.   บท 11 เทคโนโลยีการสื่อสารในองค์กร

ประเภทของเทคโนโลยีที่ใช้ในการสื่อสารในองค์กร ได้แก่

                        1.  จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ เช่น E-mail และอื่นๆ

                        2.  ระบบการสื่อสารข้อความทันที เช่น Internet ,line เป็นต้น

                        3.  ข้อความเสียง เช่น การบันทึกเสียงทางโทรศัพท์

                        4.  โทรสาร(Fax) คือ การส่งสำเนาเอกสารทางไกลผ่าน Electronic

                        5.  การประชุมทางเสียงระหว่าง 2 ฝ่ายที่อยู่ห่างไกลกัน

                        6.  การประชุมผ่านจอภาพ เช่น การใช้ VDO Conference

                        7.  การประชุมผ่านระบบคอมพิวเตอร์ เช่น Internet ในองค์กร

                        8.  Internet เช่น E-mail ,Face book เป็นต้น

                        9.  ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร (MIS) ที่ใช้ในการวางแผน การควบคุมหลักการตัดสินใจ

ผลกระทบของการใช้เทคโนโลยีการสื่อสาร

1.       ผลกระทบต่อเนื้อหาของการสื่อสารที่ไม่สามารถใช้อวัจนภาษาได้ เช่น ไม่ทราบพฤติกรรมการ

แสดงออก

                        2.   ผลกระทบจากรูปแบบของการสื่อสาร เช่น การใช้สื่อที่แตกต่างกัน ไม่เหมาะสมแต่ละโอกาส

                        3.   ผลกระทบจากโครงสร้างขององค์กร เช่น มีขนาดองค์กรแตกต่างกัน สายบังคับบัญชาแตกต่างจึง

                             ต้องใช้เทคโนโลยีที่แตกต่างกันเพื่อลดต้นทุน

 

***********************************************************************************************************************

ข้อเพิ่มเติม 4.   บท 12  ภาวะผู้นำและการสื่อสาร

        ภาวะผู้นำ, คุณลักษณะของภาวะผู้นำ, รูปแบบของผู้นำและการสื่อสาร, พฤติกรรมผู้นำ :

 4  ลักษณะและผู้นำยุคใหม่

            1) ภาวะผู้นำ (Leadership) คือกระบวนการชี้นำและจูงใจให้ผู้อื่นปฏิบัติตามนโยบายให้บรรลุตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ขององค์การ โดยใช้ทักษะการสื่อสารและโน้มน้าวใจที่มีประสิทธิภาพ ให้สมาชิกในองค์การร่วมมือกันทำอย่างเต็มที่

 

        2) ผู้นำ (Leader) คือบุคคลผู้มีอำนาจ หรือความสามารถในการจูงใจคนให้ปฏิบัติความคิดริเริ่มและส่งเสริมให้มีการเปลี่ยนแปลงการทำงานของกลุ่มอย่างได้ผล

        คุณลักษณะของภาวะผู้นำ โดย Gibson and Hodgetts

                        1.  มีความเฉลียวฉลาดมากกว่าผู้ตาม มีความสามารถ กำหนด ถ่ายทอด ข้อมูล ตัดสินใจ

                        2.  มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่ดี มั่นใจตนเอง สุขุม แก้ไขปัญหาได้ มีสมาธิรอบครอบ ชี้นำผู้ให้

                            บังคับบัญชา

                        3.  มีแรงจูงใจที่ดี ต้องการความสำเร็จสูงทะเยอทะยานก้าวหน้า

                        4.  มีทักษะในการแก้ปัญหา สามารถแยกแยะปัญหา สถานการณ์เหตุผลและผลกระทบต่างๆ

                        5.  มีทักษะในการบริหาร มีความสำคัญ 3 ประการ

                                    1)  มีทักษะด้านเทคนิค มีความรู้ความชำนาญ

                                    2)  มีทักษะมนุษย์สัมพันธ์ร่วมกับผู้อื่นจูงใจ

                                    3)  มีทักษะการจัดการการประมาณงานวิเคราะห์และปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ต่างๆ

 

        3) รูปแบบของผู้นำและการสื่อสาร  ได้แก่

1.  ผู้นำแบบเผด็จการแบบสมบูรณ์ เคร่งครัด เข้มงวด เห็นแก่ตัว ยึดกฎระเบียบ สายบังคับบัญชา

      แบบบนลงล่าง ใช้บทลงโทษ ระบบปิด ก้าวร้าว ใช้การตัดสินใจของตนองตามแนวของทฤษฎี X

                        2.  ผู้นำแบบเผด็จการแบบมีศิลป์ เป็นผู้ตัดสินใจปัญหาต่างๆ ด้วยตนเอง แต่ยังเห็นความสำคัญ

                ของผู้ใต้บังคับบัญชา รับฟังความคิดเห็นและข้อร้องเรียน วิพากษ์วิจารณ์ได้อาจจะทำให้

                ผู้ใต้บังคับบัญชาขาดความเคารพ ยำเกรง ไม่เชื่อฟัง

                            3.  ผู้นำแบบปรึกษาหารือ เป็นผู้นำที่มีเหตุผล รับฟังความคิดเห็นของผู้ใต้บังคับบัญชา เปิดโอกาส

                          แสดงความคิดเห็น มีส่วนร่วมตัดสินใจ สื่อสารได้ทั้งสองทาง คือ Two-way ทั้งบนลงล่างและล่างขึ้นบน

                            4.  ผู้นำแบบมีส่วนร่วม เป็นผู้นำที่มีเหตุผล รับฟังความคิดเห็นของผู้ใต้บังคับบัญชา เปิดโอกาส

                            แสดงความคิดเห็น ยึดสมมติฐาน Y มีเป้าหมายและการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ผู้ใต้บังคับบัญชามี

                            ความกระตือรือร้น ใช้การสื่อสาร 360 องศา

                            5.  ผู้นำแบบเสรีนิยม เป็นผู้นำที่ไม่ค่อยสนใจลูกน้อง แต่หากงานสำเร็จก็จะแสดงตน แต่ถ้าล้มเหลว

                            ก็จะโทษคนอื่นๆ เปิดโอกาสผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งมีความกังวลใจ

 

4) พฤติกรรมผู้นำ : 4 ลักษณะ

                        1.  พฤติกรรมในเชิงสั่งการ ในการควบคุมกำกับดูแลรายละเอียดทุกขั้นตอน โดยแจ้งใต้บังคับ

                            บัญชาทุกระยะ

                            2.  พฤติกรรมสนับสนุน มีความเป็นมิตรต่อผู้ใต้บังคับบัญชา ให้ความสำคัญ สร้างโอกาส

                            สิ่งแวดล้อมที่ดี จัดสวัสดิการที่ดี

                            3.  พฤติกรรมในการมีส่วนร่วม มีลักษณะเปิดโอกาสให้ผู้ได้บังคับบัญชามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ

                            ให้คำแนะนำของความคิดเห็นปรึกษาร่วมกัน

                            4.  พฤติกรรมในเชิงมุ่งเน้นความสำเร็จ คำนึงถึงเป้าหมายเป็นหลัก มีวัตถุประสงค์ชัดเจน

    ท้าทายพนักงานและผลักดันสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานบรรลุเป้าหมาย

                ผู้นำเกิดจาก

                                    1.  เป็นโดยตำแหน่ง จาการแต่งตั้ง

                                    2.  เป็นโดยคุณสมบัติ มีความรู้ความสามารสูง

                                    3.  เป็นโดยมีพฤติกรรม แสดงออกเป็นผู้นำตลอดเวลา

 

5) ผู้นำยุคใหม่ ต้องมี

1.  มีบุคลิกภาพที่ดี มั่นในตนเอง                                          2.  มีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่ง

3.  ต้องการความสำเร็จทะเยอทะยาน กระตือรือร้น กล้าเสี่ยง        4.  มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีต่อเพื่อนร่วมงาน

5.  รับฟังความคิดเห็นของคนอื่นๆ                                       6.  มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

7.  มีวิสัยทัศน์กว้างไกล                                                          8.  มีความฉลาดทางอารมณ์ควบคุมอารมณ์ได้

9.  มีความซื่อสัตย์ โปร่งใส                                                      10.  มีความพยายามมานะอดทน

***********************************************************************************************************************

ข้อเพิ่มเติม 5.   บท 13  การบริหารความขัดแย้ง (3 กลยุทธ์) และการเปลี่ยนแปลง

กลยุทธ์การบริหารความขัดแย้ง (3 กลยุทธ์)

1.  กลยุทธ์ แพ้ - แพ้ (ทั้งสองฝ่าย) (Loss-Loss strategy) แต่ละฝ่ายได้บางส่วน ไม่ใช่แก้ปัญหาที่ 

     แท้จริง อาจมีความขัดแย้งรอบใหม่ ใช้การหลักเสี่ยง การประนีประนอม การเสนอเรื่องให้บุคคล  

     สามารถพิจารณา

            2.  กลยุทธ์ชนะ - แพ้ (Win-Loss strategy) ชนะฝ่ายเดียว ผู้แพ้ไม่พอใจ อาจเกิดความขัดแย้งรอบ

                ใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิม วิธีแก้ใช้การเอาชนะ การใช้เสียงมาก

            3.  กลยุทธ์ชนะ 2 ฝ่าย (Win-Win strategy) ทุกฝ่ายใช้ประโยชน์สูงสุด ร่วมมือกันแก้ไขปัญหา ใช้

               ความจริงใจ ร่วมมือรับผิดชอบร่วมกัน ใช้การผสมผสานแนวคิดมาช่วยกันแก้ไขปัญหา อ้างอิง

               เป้าหมายขั้นสูงสำเร็จร่วมกัน

 

ลักษณะความขัดแย้งที่มีประโยชน์

            1.  ใช้เหตุผลแก้ปัญหา – อารมณ์                           2.  ผู้นำและผู้ตามตื่นตัว

            3.  เข้าใจซึ่งกันและกันมีส่วนร่วมการแก้ปัญหา         4.  ประโยชน์ส่วนร่วมกัน มีคุณธรรม

            5.  ไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งอื่นๆตามมา

 

ลักษณะความขัดแย้งที่ไม่มีประโยชน์

            1.  มุ่งเอาชนะ                                                    2.  ไม่พยายามเข้าใจคนอื่นๆ

            3.  คิดว่าตัวเองถูกต้อง                                         4.  แก้ไขปัญหาไม่ตรงประเด็น

            5.  เน้นความอยู่รอดของตนเองเป็นหลัก

                       

***********************************************************************************************************************

     ให้น้องๆ เน้นในข้อต่อไปนี้....และดูข้อเพิ่มเติมในเอกสารชุดนี้ให้ครบทุกข้อ

      ฝากบอกเพื่อนๆ ต่อๆ กันด้วยนะครับ...เพราะบางคนอาจไม่ได้เข้าไปดูใน Sheetforgoob.com

              ให้อ่าน-ฝึกเขียนในข้อ 3,4,5,7,8,10,11,16,17,18,20,25,26

                                     ในชีทเล่ม 27.- และข้อเพิ่มเติม

 

          “ ขอให้น้องๆโชคดีทุกคนครับ .... พี่นรินทร์ MK & MBA”

ฝึก.....ฝึก.....ฝึก.....เขียนหลายๆ รอบ 

 

       อ่านดูแนวคำตอบแล้ว...อย่าลืมฝึกเขียน...อ่านทบทวนซ้ำหลายๆ รอบ

                         นะคร๊า...บ  เพื่อความแม่นยำ

  รวบรวมโดย...พี่นรินทร์ ติววิชา... MKTทุกเล่ม : MGT 3203:4004

                                              สอบถามเพิ่มเติม...081-8154720

          ( MBA ม.รามคำแหง  ติวประจำที่ สุลต่าน ติวปึ๊ก รามฯ 43/1 )

                                      YYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

  MGT4004 (BA307) เฉลยข้อสอบ 2 ภาคล่าสุด

  

     


 

          เอกสารทุกวิชา...ถ้ามีความผิดพลาดประการใดก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย

   ชีทเตรียมสอบเข้าข้าราชการ  สรุปพร้อมเจาะข้อสอบ

               สรรพากร : ไฟฟ้า : นักเรียนนายสิบตำรวจ..วุฒิ ม.6-ปวช.

      ภาค ก กพ.-ท้องถิ่น   ปลัดอำเภอ   สตง.  สพฐ. วิชาชีพครู...ฯลฯ

                (sheetforgood.com  ปกขาว-ดำ-สันสีเขียว)

 

   สรุปเจาะข้อสอบ...เพื่อเตรียมสอบ  1/55  e-testing...  หาซื้อได้ทุกร้านหน้ารามฯ...อยู่มุมใน ชีทปกขาว-ดำ...หรือสอบถามได้...

                     

 ชีทแนวคำถาม - ตอบ พร้อมสรุป - เจาะข้อสอบ...ม.รามฯ 

         ติดตามข้อมูลการสอนของอาจารย์ทุกชั่วโมง...ตรงแนวข้อสอบชัวร์

    ACC1003 ; ANT1013 : 3053 : 3054 : 3055 : 2029 : 2078 : 3057 ;APR3107 ;

    BIO 1105 : 2202 ;  COS 1101 ; CTL 2001 ; ECO 2104 ; ED 201 : 202 ; 

    EDF 1104 : 3103 ; ECT 1001 : 1301 ; HED 1101 ;  MCS 2101  2201 : 2108

    MCS  3202 : 3204 : 3306 :4201 : 4204 : 4402 ; MGT 4004 ; MR 2003 : 3003 ;

    TM 101 :103 ; POL 2146 : 2147 : 2204 : 3112 : 3312 : 3317 : 4311 : 4314 :

    POL4315 : 4316 : 4317 : 4128 : 4182 ;PSYC 315 ; HPR 1001 ;

    SOC 2033 : 2043 : 2063 : 2064 : 2065 : 2091 : 4083  ฯลฯ

 

   ชีทเจาะแนวข้อสอบเพื่อเตรียมสอบ e-testing  ข้อสอบย้อยหลัง 15 ภาค กว่า  1,000 ข้อ

       ANT 1013 : 3053 : 3054 : 3055 ; BIO 1105 ; ECO 1003 ; EDF 1104 ;

    HIS 1001 : 1002 : 1003 : 1201  ; LIS 1003 ; MCS 3306 ; MKT 2101 ;

    MGT 4004 ; PSY 1003 : 2006 ; POL 1101 ; RAM 1000 ; THA 1003  ฯลฯ

  


ฝึกทำข้อสอบ-สรรพากร 55 เพิ่ม่เติม...icon

แนวข้อสอบเพิ่มเติมสรรพากร

.....sheetforgood.com.....


More...
dot

e-testingicon

e-testing 1/55กำหนดวันลงทะเบียนสอบ ดังนี้

วันที่ 12-16 มิ.ย. 2555 ณ. อาคารเวียงคำ (VKB) ชั้น 1

วันที่ 17 มิ.ย เป็นต้นไปจนถึงที่นั่งสอบเต็ม   ณ. อาคารสุโขทัย ชั้น 8

ระวังเต็ม.....รีบสมัครวันแรกๆ...จะด้เลือกวัน-เวลาสอบ-ตามที่น้องต้องการ

กำหนดวันสอบ e-testing ดังนี้

   วันที่ 19  มิ.ย. - 24 ก.ย. 55 

เลือกวันสอบได้เอง  ทราบผลสอบทันที  กรณีไม่ผ่าน  สอบตามปกติได้อีก

กำหนดเวลาการสอบ e-testing

1) 09.30 - 11.30 น.

2) 12.00 - 14.30 น.

3) 15.00 - 17.30 น.

4) 18.00 - 20.30 น.

วิชาที่เปิดสอบ e-testing ภาค summer/54 :-

AN113    AN353   AN354   AN355    AP204   BA305    BA307  BI115    BY115   CN101  CN102   EC103  EC111

EC112    EF104   EN101    EN102    EN201   EN202     HI101     HI102    HI103   HI121    IC313    IC315

IT104       IS103     LA104   LW104   MC331  MC336   MK203   MK304   MK305  PC103   PC290   PS103

RU100    SC103    SO103   ST103    ST203    ST206    TH102   TH103 

หมายเหตุ : กระบวนวิชาอาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมในภายหลัง ก่อนการลงทะเบียน

        วิชาที่พิมพ์สีน้ำเงิน  มีชีทเจาะข้อสอบเพื่อเตรียมสอบ

        จำหน่ายที่ :-

             1. อาคารสุลต่าน-ติวปึ๊ก...(พี่วิน&เหลา-พี่วรศักดิ์) 

                ชั้น 4  ซอย. รามฯ 43/1

                 ตึกสุดท้ายซ้ายมือ...ก่อนข้ามคลอง

             2. ร้านชมรมลูกพ่อขุนประยุกต์  ทุกร้านหน้ารามฯ...

        วิชาที่พิมพ์สีแดง  เปิดติวเพื่อเตรียมสอบ e-testing 

        โดยทีมงานพี่ๆ . . . สุลต่าน-ติวปึ๊ก

              โดย...พี่วรศักดิ์    STA2003:2016

                       พี่บูม          ENG1001:1002:2001:2002:APR2101

                       พี่ตาล&ตูน  ECO1101:1012:INT1004

                       พี่นรินทร์     MKT2101

              สนใจต้องสอบถามวัน-เวลาติว 

              ติดต่อได้ที่....0-2318-6008,0818464014

        วิชาที่พิมพ์สีดำ   จะมีชีทเจาะข้อสอบจำหน่าย....เร็วๆ นี้

            

 

 


More...
dot

ชีทเจาะข้อสอบนายสิบตำรวจ...วุฒิม.6 - ปวช.icon

เตรียมสอบตำรวจนายสิบตำรวจปี 55

1. สรุปเนื้อหานายสิบตำรวจ

2. เจาะข้อสอบนายสิบ

สรรพกร 55

 

 


More...
dot

พี่ตาล & ตูนicon

สรุปก่อนสอบ GM 303:306

2/54 ค่าติว 200 บาท

  ติวต่อเนื่อง 5 วัน  (สดทุกวัน)

พร้อมข้อมูลอาจารย์ทุกชั่วโมง 

GM 303 

สอบแล้ว...12/3

GM 306 

1. สด ติววันที่ 24,25,26,27,28 มี.ค. 

         17.00-20.00   

2.  DVD  ติววันที่ 25,26,27,28,29 มี.ค. 

        14.00-16.30

สมัครติวได้ที่...สุลต่าน-ติวปึ๊ก  รามฯ43/1 

(ตึกสุดท้ายซ้ายมือก่อนข้ามคลอง)  

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่...

0-2318-6008   หรือ 08-1846-4014


More...

เฉลยข้อสอบ  10 ภาคล่าสุด(ซ่อม1/54) พี่นรินทร์
เฉลยข้อสอบ 2 ภาคล่าสุด(ซ่อม2,S/54 และ 1/55) พี่นรินทร์ BA:MKicon
วันที่ 09/01/2013  12:59:23

เฉลยข้อสอบ 1/55 EDF3103(EF303) อัตนัย 6 ข้อ เลือกทำ 3 ข้อicon
วันที่ 09/01/2013  12:26:29

ฟรีสรุป-ประเด็นสำคัญ...เตรียมสอบ POL4316 มีวางจำหน่ายแล้ว...icon
วันที่ 09/01/2013  12:29:01

POL4315 สรุปพร้อมแนวข้อสอบ 2/55
วันที่ 09/01/2013  12:27:56
ทุกคนมีความรู้เท่ากัน เพียงแต่อยู่ที่ว่าผู้สอบคนใดอ่านและดู เนื้อหาที่จะสอบได้มากกว่ากัน ขออภัยอยู่ระหว่างกำลังปรับปรุงเว็ปไซต์...ขอบคุณ....
รามคำแหง 43/1 หัวหมาก บางกะปิ กรุงเทพฯ 10240 08188464014